รีวิวรถ

Lamborghini Urus

เป็นเรื่องน่าสนใจไม่น้อย เมื่อเจ้ากระทิงเปลี่ยวที่ขึ้นชื่อลือชาในการผลิตยานยนต์ Supercar หันมาให้ความสนใจกับยนตรกรรมตัวใหม่ ที่กลายร่างมาเป็น Super Sport Utility Vehicle พูดกันง่ายๆ คือ ค่ายลัมโบร์กินี เริ่มที่จะมีรถโมเดลใหม่เพิ่มขึ้นเพื่อเป็นทางเลือกให้กับเหล่าบรรดาเศรษฐีที่รักความเร็วแรง จะต้องจัดหาพื้นที่สำหรับลานจอดรถเพิ่มขึ้นให้กับเจ้า Urus คันนี้

ว่ากันตามตรงเพียงแค่รูปโฉมที่ปรากฎเรือนกายออกมาครั้งแรกในงานเปิดตัว ก็สามารถเรียกเสียงซูดปากกันไม่น้อยทีเดียว กับสไตล์ที่ดูสปอร์ต ที่ไม่ทิ้งกลิ่นอายความเป็นซูเปอร์คาร์ แถมยังอัดแน่นไปด้วยสมรรถนะในการขับขี่ที่สามารถเรียกอะดีลนาลีนให้สูบฉีดไปทั่วเรือนร่างได้อย่างไม่ยากเย็น นอกจากนั้นแล้วยามเยื้องกายเข้าสู่ภายในห้องโดยสาร ยิ่งสร้างความตื่นเต้นเร้าใจไปกับการออกแบบภายในที่ดูหรูหราอัดแน่นไปด้วยความสปอร์ตอย่างเต็มที่

Urus (อูรูส) ใช้แพลตฟอร์มที่ชื่อ MLBevo อันเป็นพื้นฐานโครงสร้างที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อรองรับรถในกลุ่ม Luxury SUV ที่มาพร้อมกับช่วงล่างแบบ Air Suspension ที่สามารถปรับระดับสูง-ต่ำได้ และระดับในการตอบสนองตามความเร็วรถแบบอัตโนมัติ

ในส่วนของตัวถังนั้นมีรูปแบบการดีไซน์แบบ Low Line Coupe Styling ที่ตอบรับกันอย่างลงตัวกับบานประตูแบบไร้กรอบกระจก Frameless Windows ด้านหลังของตัวรถจากหลังคาจะเทลาดลงตามแบบฉบับรถสไตล์คูเป้ที่คุ้นตา พื้นผิวตัวถังสืบทอดผ่าน DNA มาจาก Reventon Supercar ที่ได้รับแรงบันดาลใจมาจากเครื่องบินรบล่องหน Stealth ซึ่งดูมีมิติแม้จะไม่ใช่ความโค้งมนแต่เป็นการเลือกสรรรูปทรงแบบหกเหลี่ยม ที่ผ่านการเรียงตัวอย่างมากมาย

ด้วยความที่ดูโฉบเฉี่ยวในสไตล์ SSUV กับระยะโอเวอร์แฮงค์ที่สั้นทั้งด้านหน้าและด้านหลัง บ่งบอกถึงความแข็งแกร่งที่เปี่ยมไปด้วยพละกำลัง โดยมีตำแหน่งการวางเครื่องยนต์และคันเกียร์ที่ติดตั้งอยู่บนเพลาหน้าค่อนมาทางด้านหลัง

LED ถูกนำมาใช้เพื่อการส่องสว่างทั้งไฟหน้าและไฟท้าย แนวหลังคาที่ลาดต่ำ เสา C ใช้รูปแบบ glass-on-glass ที่ช่วยลดความหนาของตัวเสา แต่ช่วยเพิ่มความโปร่งโล่งสบายให้กับห้องโดยสารที่ภายในห้องโดยสารได้รับการออกแบบด้วยรูปทรง Y-Shape ตามสไตล์ลัมโบร์กินี

เครื่องยนต์ V8 Bi-turbo Twin-scroll 3,996 ซีซี. DOHC พร้อมระบบวาล์วแปรผันที่มาพร้อมฟังก์ชั่น Cylinder Deactivation ให้พละกำลังมหาศาลถึง 650 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุดถึง 850 นิวตัน-เมตรที่ 2,250-4,500 รอบ/นาที ทำงานร่วมกับระบบส่งกำลังเกียร์อัตโนมัติ 8 สปีดพร้อมระบบขับเคลื่อนสี่ล้อ และความเร็วจากจุดหยุดนิ่งไปถึงตัวเลข 100 กม./ชม.ในเวลา 3.6 วินาที และถ้ายังเหยียบต่อเนื่องไปถึงตัวเลข 200 กม./ชม. เวลาจะเพิ่มไปที่ 12.8 วินาที กับความเร็วสูงสุดที่ 305 กม./ชม.

ยูรูส ใช้ระบบรองรับการสั่นสะเทือน Adaptive Air Suspensio ที่สามารถปรับเปลี่ยนความสูงและรูปแบบในการตอบสนองได้ตามความเร็วรถ โดยที่โครงสร้างของกันสะเทือนเป็นแบบอะลูมิเนียมที่ผ่านกรรมวิธีการผลิตแบบ Forced เพื่อลดน้ำหนักใต้สปริง โดยทั้งด้านหน้าและหลังจะเป็นแบบมัลติลิ้งค์ โดยควบคุมผ่านซอฟต์แวร์ Lamborghini Driving Dynamics Control ที่จะประมวลผลในเรื่องของความนุ่มนวลความหนึบแน่นของโช้คอัพให้แปรผันไปตามความเร็วรถ

โหมดการขับขี่มีให้เลือกด้วยกัน 6 โหมด STRADA สำหรับการขับขี่ทั่วไป Sport สำหรับการขับขี่ที่เสถีบรและความแม่นยำในความเร็วสูง CORSA เหมาะสำหรับการใช้เมื่อมีความเร็วที่สูงที่ต้องมีความแม่นยำที่สูง อย่างในเซอกิต NEVE สำหรับสภาพทางที่เป็นแบบหิมะ และ TERRA สำหรับการขับขี่ในสภาพทางออฟโรด กับ SABBIA สำหรับการขับขี่บนพื้นทราย

ราคาในเมืองไทย 23,420,000 บาท

 

 

 

Click to comment

Leave a Reply

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *

This site uses Akismet to reduce spam. Learn how your comment data is processed.

Most Popular

To Top