รีวิวรถ

MG3 ใหม่ มองโลกให้สนุกทุกเส้นทาง Fun Design

ภายใต้แนวคิด บริท ไดนามิค (BRIT DYNAMIC) ที่รังสรรค์ New MG3 ให้ออกมาในแนวที่ได้ทั้งสมรรถนะ การควบคุม การออกแบบ และความปลอดภัย โดยยังคงไว้ซึ่งความสนุกสนานยามขับขี่ ที่ให้ทั้งความสะดวกสบาย ความคล่องตัว และความสนุกในการขับขี่เข้าด้วยกัน

รูปลักษณ์ภายนอกนั้น ยังคงความเป็น MG ไว้ได้อย่างชัดเจน เพิ่มขึ้นมาคือ ดูหรูหราขึ้นและคงไว้ซึ่งความทันสมัยไปกับกระจังหน้าที่ออกแบบได้อย่างลงตัว ไฟหน้าโปรเจคเตอร์พร้อมไฟส่องสว่างขณะขับขี่เวลากลางวัน ที่ออกแบบได้สอดรับกับไฟท้ายแนวตั้งแบบ LED Light Guide พร้อมไฟเบรกดวงที่สามและไฟตัดหมอกหลัง มาพร้อมกับหลังคาซันรูฟแบบปรับด้วยไฟฟ้า และสเกิร์ตข้างสีทูโทนกับล้ออัลลอยด์ขนาด 16 นิ้ว ด้วยหุ่นทรงที่เป็นรถใช้งานในเมือง MG3 มาพร้อมกับขนาดและมิตที่ความยาว 4,055 มม. กว้าง 1,729 มม. สูง 1,516 มม. โดยมีระยะช่วงล้อ 2,520 มม. ระยะห่างระหว่างล้อคู่หน้า 1,496 มม. ระยะห่างระหว่างล้อคู่หลัง 1,483 มม.

ภายในห้องโดยสารปรับแต่งให้ดูภูมิฐานและสบายตาขึ้น ดูสว่างโปร่งโล่ง ตกแต่งเส้นสายด้วยสีสันโมเดิร์นกราฟิก พร้อมระบบปรับอากาศแบบอิเล็กทรอนิกส์ และดูสปอร์ตไปกับช่องแอร์ทรงกลมสไตล์เจ็ท เทอร์ไบน์ อุปกรณ์การใช้งานต่างๆ ได้รับการจัดวางในตำแหน่งที่เหมาะสม ไม่ว่าจะเป็นช่องจ่ายไฟสำรอง 12 โวลต์ หน้าจอสีระบบสัมผัสขนาด 8 นิ้วพร้อมระบบเชื่อมต่อโทรศัพท์มือถือผ่านบูลทูธ และช่องเชื่อมต่อ USB ลำโพง 6 ตัว เบาะนั่งกว้างขวางเพียงพอสำหรับคนรูปร่างสูงใหญ่ เบาะนั่งคนขับปรับได้ 6 ทิศทาง ส่วนเบาะหลังสามารถปรับพับแยกส่วนในการเก็บสัมภาระแบบ 60:40

ความที่เป็นรถที่เหมาะกับการใช้งานในเมือง เพื่อความคล่องตัวขุมพลังของ MG3 ที่ถูกเลือกมาใช้เป็นเครื่องยนต์เบนซิน DOHC 4 สูบ 16 วาล์ว 1,498 ซีซี. VTi-TECH จ่ายเชื้อเพลิงด้วยหัวฉีดมัลติพอยท์ ให้กำลังสูงสุด 112 แรงม้าที่ 6,000 รอบ/นาที และแรงบิดสูงสุด 150 นิวตัน-เมตรที่ 4,500 รอบ/นาที ส่งกำลังด้วยเกียร์อัตโนมัติ 4 จังหวะ พร้อมแมนวลโหมด รองรับน้ำมันเชื้อเพลิงได้สูงสุดถึง E85 ให้ความคล่องตัวยามขับขี่และแม่นยำในทุกโค้งกับพวงมาลัยที่ควบคุมง่ายแบบพาวเวอร์ไฮดรอลิค กับรัศมีวงเลี้ยวแคบสุดที่ 5,425 เมตร

หนึบแน่นไม่โยนตัวให้ความเสถียรในเรื่องของการยึดเกาะถนนไปกับระบบช่วงล่าง EUROPEAN TUNING SUSPENSION ก้บระบบกันสะเทือนด้านหน้าแบบแมคเฟอร์สันสตรัท พร้อมเหล็กกันโคลง และด้านหลังเป็นแบบทอร์ชั่นบีม ระบบเบรกด้านหน้าเป็นดิสก์เบรกพร้อมช่องระบายความร้อนส่วนด้านหลังเป็นแบบดรัมเบรก

เติมความมั่นใจในการขับขี่ด้วยระบบความปลอดภัยที่มาพร้อมระบบโครงสร้างนิรภัย USD (Ultimate Stiffness Design) พร้อมถุงลมนิรภัยคู่หน้า และให้ความมั่นใจยิ่งขึ้นด้วยระบบความปลอดภัยแบบ SYNCHRONIZE PROTECTION SYSTEM ที่มีถึง 8 ฟังก์ชั่น ที่ทำงานประสานกันเป็นหนึ่งเดียว ไม่ว่าจะเป็นในส่วนของระบบป้องกันล้อล็อกขณะเบรกฉุกเฉิน ABS ระบบกระจายแรงเบรก EBD ระบบเสริมแรงเบรกด้วยอิเล็กทรอนิกส์ EBA ช่วยให้การเข้าโค้งได้อย่างมั่นใจกับระบบควบคุมการเบรกในขณะเข้าโค้ง CBC (Curve Brake Control)  ระบบป้องกันล้อหมุนฟรี และควบคุมการลื่นไถล TCS (Traction Control System) ระบบช่วยการออกตัวบนทางลาดชัน HAS และระบบป้องกันการลื่นไถล เมื่อเกียร์ลดต่ำอย่างฉับพลัน MSR (Motor Control Slide Retainer) นอกจากนี้ยังมาพร้อมกับกล้องมองหลังเพิ่มความสะดวกสบายและสัญญาณเตือนระยะถอยหลัง

นอกจากคุณสมบัติต่างๆ ที่ได้กล่าวมาแล้ว ที่ทำให้ MG3 คันนี้ดูน่าสนใจแล้ว ค่ายนี้ยังคงไว้ซึ่งการตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์กับการใช้ชีวิตของคนในยุคนี้ ด้วยเทคโนโลยี I-SMART ที่เชื่อมต่อกับอินเตอร์เนตและระบบสั่งการด้วยเสียงภาษาไทยและยังสามารถรวบรวมข้อมูลที่มีความสำคัญและแจ้งต่อผู้ขับได้ตลอดเวลา ไมว่าจะเป็นเรื่องของ ระดับน้ำมันเชื้อเพลิง สภาพการทำงานของแบตเตอรี่ เครื่องยนต์ และระบบเบรก ผ่านทางสมาร์ทโฟน พร้อมกับฟีเจอร์ช่วยแจ้งเตือนการเคลื่อนที่ของรถที่ผิดปกติ ซึ่งสามารถสั่งงานผ่านช่องทางได้ 3 ทาง คือ ระบบสั่งการด้วยเสียง ระบบสั่งการผ่านหน้าจอทัชสกรีน และระบบสั่งการด้วยมือถือ

เอ็มจีมีการอัพเดตฟังก์ชั่นใหม่บนแผนที่นำทาง สนุกและสะดวกมาขึ้นไปกับจอแบบสัมผัส 8 นิ้ว ทั้งฟังก์ชั่นการใช้งาน WONGNAI สำหรับเซิร์ชหาร้านอาหารและแนะนำเมนูเด็ด AGODA สำหรับค้นหาโรงแรม Online Music ที่มาในรูปแบบ Live Stream บนระบบคลาวด์ได้กว่า 1 ล้านเพลง มีให้เลือกด้วยกัน 4 รุ่น รุ่น C ราคา 519,000 บาท รุ่น D ราคา 549,000 บาท รุ่น X Sunroof ราคา 589,000 บาท และรุ่น V Sunroof ราคา 629,000 บาท

Most Popular

To Top