Special Tip

ของแต่งปลอม งาน “เหมือนแท้” ควรใช้หรือไม่ ต้องรู้อะไรก่อนซื้อ

สวัสดีครับ ตามกระแสปัจจุบันนี้ ของแต่งรถมีมากมายหลายแบบ หลายยี่ห้อ ต่างที่มา และแน่นอนว่าตอนนี้ของแต่งแบบ “เหมื๊อนเหมือนแท้” ระบาดเต็มเมือง ซึ่งแน่นอนว่า ก็มีหลายเกรดอีก เราจะรู้ได้ยากเพราะมันก็ทำออกมาเหมือนๆ กัน แต่จะรู้ซึ้งก็ต่อเมื่อ “ระยะยาว” ของปลอมย่อมเสียหายง่ายและไวกว่าของแท้ ที่สำคัญ หาก “เกิดอันตราย” ขึ้นมา ของปลอมจะมีความ “เสียหาย” รุนแรง และทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงได้ ซึ่งมันคุ้มหรือไม่ กับชีวิตที่จะต้องเสี่ยงกับของแต่งปลอมที่ไร้คุณภาพ

ในความเป็นจริง ทุกคนก็มี “งบประมาณ” ไม่เท่ากัน ถ้าคนมีงบเยอะคงไม่ต้องห่วง เพราะยังไงก็ “ของแท้แม่ให้มา” แน่ๆ แต่กับคนที่มีงบประมาณจำกัดล่ะ ตรงนี้เราเข้าใจครับ ว่าทุกคนก็อยากได้ของแท้ดีๆ หมดนั่นแหละ แต่ “กระเป๋าตังค์ไม่เข้าใจ” ก็เลยต้องหาของ “เหมื๊อนนน เหมือนนน” หรือ “งานมิเรอร์” (Mirror) มาใช้ก่อน ไอ้คำว่า “งานมิเรอร์” หรือที่เพี้ยนไปเป็น “งานมิลเลอร์” มันมีที่มาจาก “กระเป๋าปลอม” ที่เปรียบกับการ “ส่องกระจก” แล้วเหมือนของแท้ เรียกว่าตอนนี้ถ้าพิถีพิถันหน่อยก็ “ดูได้ยาก” จริงๆ โดยเฉพาะผู้ที่ไม่มีประสบการณ์ ขนาดคนมีประสบการณ์พอประมาณยังดูได้ยากเลยนะเดี๋ยวนี้

สำหรับบทความครั้งนี้ Auto Variety ไม่ได้ออกมาโจมตีของปลอม เพียงแต่จะให้แฟนๆ ผู้อ่านได้ “ทราบไว้” ว่าของปลอมแบบไหนที่ “พอใช้ได้” และแบบไหนที่ “ควรเลี่ยง” ไอ้ที่พอใช้ได้ ก็ต้องรู้ด้วยว่า “จะใช้มันยังไงให้ลดความเสี่ยง” และต้องเข้าใจว่า “คุณภาพตามราคา” เสมอ ของถูกและดีไม่มีในโลก (แต่ของแพงและห่วยก็มีในโลกเหมือนกัน) เราอยากให้ท่าน “เลือกเป็น เลี่ยงได้” จะได้ไม่ใช้ของที่ไร้คุณภาพ จนสร้างอันตรายให้กับชีวิตของท่านเองไงล่ะครับ !!!

ของปลอม แบ่งหลายเกรด

ของปลอมเหล่านี้ มันมีแบ่งได้อีก “หลายเกรด” โดยมากก็เป็นคำพูดรู้กัน เช่น งาน AAA, งานมิเรอร์, งานแท้ อันนี้ฟังให้ดีนะ “งานแท้” นะ ไม่ใช่ “ของแท้” มันหมายถึง “งานเหมือนแท้” แต่พูดให้กำกวมไว้ก่อน รู้ไม่ทันก็เสร็จมัน ก็จะเป็นงานก๊อปเกรดดีหน่อย แต่ก็ไม่ดีเท่าของแท้ งานพวกนี้จะผลิตจากโรงงานแถวๆ แผ่นดินใหญ่ที่ค่อนข้างโอเคหน่อย เรียกว่า “คุณภาพพอใช้ได้” ถ้าไม่ใช่จุดสำคัญมากๆ ก็พอรับได้ ส่วนเกรดที่ด้อยลงมา พวกนี้จะเน้น “ถูกจัดประหยัดจริง” แน่นอนครับ ต้นทุนการผลิตก็ย่อมโคตรถูกลงไปเยอะ และแน่นอนที่สุด “คุณภาพก็ลดลงตามราคา” ไม่ผ่านมาตรฐานการผลิต ก็ลักลอบเอาเข้ามาขายกัน อันนี้ต้องระวังครับ

เลือกยังไง ให้เสี่ยงน้อยที่สุด

บางทีเราก็ยังอาจจะยังไม่รู้ใช่มั้ยครับ ว่าของปลอมมันควรจะเลือกอย่างไร อย่างน้อยให้มันเกรดดีที่สุดเท่าที่จะหาได้ล่ะน่า ประการแรก “ซื้อจากร้านที่ดูมีหลักแหล่ง” ให้มันดูน่าเชื่อถือหน่อย ร้านเล็กก็ได้ แต่ให้คุยแล้วรู้เรื่องน่ะ อันนี้ต้องใช้ Sense ส่วนตัวเอาเอง เพราะร้านที่ดูเป็นหลักแหล่งพวกนี้โดยมากก็จะไม่ค่อยกล้าเอาของห่วยๆ มาขายให้ลูกค้าด่าพ่องเล่น แต่ก็อย่าประมาทนะครับ เพราะของพวกนี้มันไม่มีอะไรรับประกันเป็นแน่นอนอยู่แล้ว ต้องทำใจระดับหนึ่ง หรือในร้านก็อาจจะมี “งานหลายเกรด” ให้เลือกตามตังค์ในกระเป๋าอีก ประการที่สอง “ดูชิ้นงานให้มันเรียบร้อยหน่อย” ถ้างานปลอมเกรดดีหน่อย ก็จะทำค่อนข้างเรียบร้อย แต่ถ้างานปลอมเกรดล่างๆ ก็จะ “เยิน” ใช้วัสดุคุณภาพต่ำ เรียกว่าแค่ “ใส่โชว์” ล่ะพอได้ แต่ถ้าจะหวังมากกว่านั้นก็อย่าเลย และห้ามเอามาใช้กับเคสเสี่ยงชีวิตเป็นอันขาด…

อะไรพอได้ อะไรควรเลี่ยง

เราเข้าใจเสมอ ว่าคนที่ชอบแต่งรถนั้น ก็มีงบประมาณแตกต่างกันไป ทุกคนก็อยากจะได้ของแท้ทุกอย่างนั่นแหละ เพียงแต่ยังไม่พร้อมที่จะซื้อ พวก “ของเหมื๊อนเหมือน” ที่มีราคาถูกกว่า จึงเป็น “ทางเลือก” คุณจะเลือกใช้มันก็ไม่ผิด แต่ก็ขอให้รู้ว่า “อะไรพอใช้ได้ และ อะไรควรเลี่ยง” เพราะเราเป็นห่วงในความปลอดภัยของคุณ โดยหลักๆ ก็แยกเป็น “ของแต่งสวยงาม” กับ “ของแต่งที่มีผลในด้านสมรรถนะและความปลอดภัย” สองอย่างนี้ครับ

ของแต่งสวยงาม

            หมวดของแต่งนี้ก็พอจะอนุโลมได้ เพราะมันไม่มีผลกับสมรรถนะของรถ อย่างพวก “เกจ์วัด” ซิ่งๆ สีสันแพรวพราวทั้งหลาย ติดกันทีเรียงกันเป็นพรืด เอาน่า วัยรุ่นหลงแสงสีเป็นเรื่องปกติ เกจ์ของปลอมเกรดดีหน่อยก็จะสามารถวัดค่าได้แม่นยำและมีความคงทนระดับหนึ่ง แต่ถ้าเกรดล่างก็ได้แต่ “มอง” เพราะความแม่นยำต่ำ ความคงทนน้อย ไอ้เรื่องนี้ไม่เท่าไร แต่น่าเป็นห่วงเรื่อง “สายไฟ” ของเกรดล่างสายไฟจะใช้ของถูกๆ พวกนี้ความทนทานต่ำ โอกาส “มีเรื่อง” เป็นไปได้เยอะ ถ้าไปเจอ “ช่างเถอะ” ประเภทต่อชุ่ยๆ รวบๆ ไปพ่วงสายจากตรงนั้นตรงนี้ซี้ซั้ว ก็ยิ่งไปกันใหญ่ เป็นเรื่องกันมาเยอะแล้ว

ต่อมาก็พวก “ลูกจุกจิก” ไอ้จุกไอ้จ้อย ทั้งหลาย เช่น กระจกซิ่ง จะมองหลังมองข้างก็แล้วแต่ อันนี้พอได้เพราะไม่ได้รับภาระอะไร เพียงแต่เรื่องของ “ทัศนวิสัย” การมอง ความชัดเจน มันก็ได้ระดับหนึ่ง ถ้าเกรดดีหน่อยนะ ถ้าเกรดต่ำเลยก็ “หลอกตา” และ “พังง่าย” วิ่งๆ ไปสะเทือนหน่อยก็ร่วงลงมาใส่กบาล หรือ กระจกมองข้าง ขับเร็วหน่อยก็ “ปลิวไปตามลม” อันนี้ไม่ดีแน่ หรือพวกจุกจิกอย่างอื่น เช่น หัวเกียร์ ด้ามเกียร์ซิ่งแบบต่อจากของเดิม พวกสาย H ก็จะนิยมอะไร “เคๆ” นี่แหละ ก็ต้องระวังหน่อยเพราะเวลาสับเกียร์มันส์ๆ จะหลุดติดมือมาด้วยหรือเปล่า ส่วน แป้นเหยียบ อันนี้ก็ต้องดูไอ้ที่มัน “ยึดได้แน่นหนา” หน่อย ประเภทดูแล้วง่อยๆ จุดยึดไม่แน่นหนาก็อย่าเลย เดี๋ยวเหยียบแล้วมันหลุดไปขัดกันล่ะจะซวยคันเร่งค้างหรือเบรกไม่อยู่เอา

ส่วนสองอันนี้ต้องพิจารณามาก เช่น “เบาะแต่ง” ทั้งหลาย อันนี้บอกเลยว่า “ควรจะเลือกงานดี แข็งแรง” ไว้ก่อน เพราะมันจะมีผลต่อสรีระการนั่งของเรา ก่อนซื้อก็ขอลองนั่งหน่อยว่ามัน “เข้ารูป” ไหม เบาะเกรดต่ำที่เจอส่วนใหญ่จะนั่งไม่สบาย ผิดสรีระ และเวลาเกิด “อุบัติเหตุ” มันจะ “หัก” ทำให้เกิดอันตรายร้ายแรงเกินเหตุได้ เรียกว่า “เบาะเดิมติดรถยังปลอดภัยกว่า” อีกอย่างก็ “พวงมาลัย” ถ้าเกรดดีหน่อยก็พอไหว ถ้าเกรดต่ำ หนังมันจะ “ลื่น” และ “เสียง่าย” ก้านพวงมาลัยไม่แข็งแรง เวลาชนก็ “หัก” ก็จะกลายเป็นมีดเฉือนมือท่านทิ้ง พวก “คอปลดได้” ก็เหมือนกัน ของเกรดต่ำยึดไม่แน่นหนา อันนี้บรรลัยแน่ถ้าขับๆ มัน “หลุด” ขึ้นมา ไอ้พวกนี้มันเป็นความปลอดภัยโดยตรง ถ้าเป็นไปได้จริงๆ นะ ขอให้ “พิถีพิถัน” ในการเลือกของที่ดูมีมาตรฐานหน่อย หรือถ้าจะให้ดี เก็บตังค์สักหน่อย ซื้อ “ของแท้มือสอง” ก็ยังดี เพราะเวทีนี้ไม่มีพี่เลี้ยงครับ กว่าจะรู้ก็สายไปเสียแล้ว

ไฟแต่งซิ่ง ใส่ให้ดู “สังคม” ด้วย

อิทธิพลจากหนัง Fast & Furious นั้น ส่งผลกับแฟชั่นการแต่งรถทั่วโลก กับฉาก Night Run ที่พระเอกในใจเราตลอดกาลอย่าง Paul Walker ควบ SKYLINE R34 ติดไฟพราวรอบคัน ก็เลยเป็นแฟชั่นตั้งแต่นั้นมา ขอพูดถึง “ไฟหน้า” กันก่อน ตอนนี้นิยมไฟ LED ที่มีคุณสมบัติ สว่าง กินไฟน้อย โคมไม่ร้อน แถมมีสีสันให้เลือกมากมาย โดยมากจะเรียกของปลอมก็ไม่ได้ทั้งหมด แต่เป็นของที่ผลิต Aftermarket หลากหลายยี่ห้อ ก็ต้องพิจารณาที่ “งาน” เป็นหลัก เลือกคุณภาพดีไว้ก่อนก็จะใช้ได้นานและปลอดภัย ความสว่างก็แค่ 4000-6000 k ก็พอเหลือเฟือแล้วกับการใช้งานปกติ ไม่จำเป็นที่จะต้องไปใส่ k สูงมากๆ ถ้ามองไม่เห็นก็ “ไฟสูง” ไงครับ จะมีไว้ทำไมล่ะ เราๆ ใช้งานกันในเมืองก็มีไฟถนนกันตลอดอยู่แล้ว ถ้าไปเจอที่มืดจริงๆ ก็เปิดไฟสูงช่วยก็จบ และขอเลยว่า “สีประหลาดๆ” กรุณาอย่าใช้ เพราะมันนอกจากจะไม่สว่างแล้วยังรบกวนรถที่สวนมาอย่างมาก ไม่เชื่อคุณลองโดนดูเองก็ได้นะ ส่วนไฟท้าย ไฟเลี้ยว ก็ขอให้เป็นแสงสีที่ถูกต้องตามกฏหมาย อย่างไฟเบรกสีขาว หรือ สีประหลาดอื่นๆ เวลาคุณเบรกคันหลังเขาไม่รู้ทันทีหรอกครับว่ามันคือไฟเบรก ก็เตรียมตูดงามๆ รับแรงกระแทกไว้ละกัน รวมถึงไฟแปลกๆ ที่สว่างๆ เกินเหตุที่ด้านท้าย อันนี้สร้างความรำคาญให้คันหลัง และทำให้เกิดอุบัติเหตุได้ เข้าใจว่าอยากสวย แต่คำนึงถึงคนรอบข้างด้วยก็ดีนะครับ อย่าด่ามานะครับ ไม่ด่ากลับหรอกผมไม่สู้คน คิกคิก

เรื่อง “ล้อ” และ “เบรก” ถ้าพลาด “คุ๊กกี้เสี่ยงตาย” !!!  

มาถึงช่วงสุดท้ายแล้วครับ กับจุดพีคเรื่องที่มีผลกับชีวิตโดยตรง จะร่วงหรือจะรอดก็อยู่ตรงนี้แหละครับ อย่าง ล้อ และ เบรก เป็นสิ่งที่เอาไว้เกาะถนน และ หยุดรถ เป็นส่วนที่ต้องรับภาระน้ำหนักรถทั้งคันนะครับ เรื่องล้อนี่เราจะพบได้มากกับ “ล้อเหมื๊อนเหมือน” ที่มีขายเกลื่อนเมือง และเป็นด่านแรกที่คนแต่งรถต้องเปลี่ยนก่อนเพื่อน เรื่องล้อผมจะเน้นมากเป็นพิเศษ เพราะมันมีหลายเกรดโคตรๆๆๆๆ เยอะๆๆๆๆๆๆ เรียกว่าตอนนี้โรงงานผลิตล้อมีเยอะมากๆ แต่มาตรฐานจะขนาดไหน เราจะรู้ได้อย่างไรว่าซื้อมาแล้วจะปลอดภัยกับชีวิตหรือเปล่า

ประการแรก ให้เลือกล้อจากแหล่งที่มาอันน่าเชื่อถือหน่อย อย่างบริษัทผลิตล้อใหญ่ๆ เจ้าดังของเมืองไทย ก็จะผลิตลายล้อแบบของนอก ก็ “มิเรอร์” นั่นแหละ แต่มีบางจุดที่ไม่เหมือนเพราะเดี๋ยวโดนฟ้อง ถ้าเจ้าดังจริงๆ ก็ได้ครับ เพราะของไทยก็ไม่แพ้ของนอก ของไทยส่งออกก็เยอะแยะไป พวกนี้ก็จะมีมาตรฐานเป็นที่ยอมรับ มีการทดสอบตามมาตรฐาน เรียกว่าอุ่นใจกว่า มันก็จะมีงานบริษัทนั้นนู้นนี้ซึ่งมันเยอะราย เอาเป็นว่า ก่อนจะซื้อก็ “ศึกษา” หน่อยแล้วกันว่าอันไหนน่าเชื่อถือ ดูเนื้องานแล้วสวยงามอย่างเดียวไม่พอ ต้อง “มีความละเอียดเรียบร้อย” ถ้าเป็นล้อเกรดต่ำ งานจะเยินๆ ขอบคมๆ วัสดุหยาบๆ สีที่พ่นก็หยาบๆ พูดง่ายๆ “งานหยาบ” นั่นเอง ไอ้เรื่องนี้ไม่เท่าไร แต่ “วัสดุเกรดต่ำ” นี่แหละ เวลาตกหลุมมันจะ “ก้านหัก” ขอบล้อวิ่งแซงรถไปอีก ทำให้เกิดอุบัติเหตุร้ายแรงแบบที่ไม่ควรเกิดได้ เจอกันมาเยอะ ยังงี้ล้อเดิมปลอดภัยกว่าเยอะ แถมน้ำหนักก็มาก ถ้าล้อเกรดดีๆ เนื้อล้อจะ “เหนียว” ไม่แตกหักง่ายๆ เต็มที่ก็ ดุ้ง คด แต่ล้อปลอมพร้อมจะ “แตกหัก” ทุกเมื่อ ถ้าจะซื้อล้องานมิเรอร์ก็เน้นคุณภาพกันหน่อย แต่ก็ต้อง “ขับขี่อย่างระวัง” นะครับ เจอทางไม่ดีก็เบาๆ หน่อย อย่าซิ่งจนไม่สนใจโลก ถ้าจะให้อุ่นใจ เก็บตังค์เพิ่มอีกหน่อยก็ “ล้อแท้มือสอง” ก็ไม่ได้แพงโหดร้ายอะไรนัก นึกซะว่าซื้อความปลอดภัยก็แล้วกัน

น๊อตล้อปลอม จงอย่าใช้ถ้าไม่อยากเร้าใจ

 

อีกอันหนึ่งที่พร้อมย้อนกลับมาทำร้ายคุณ คือ “น๊อตล้อปลอม” อันนี้ออกจะอันตรายกว่า ล้อปลอม ด้วยซ้ำ เพราะมันทำหน้าที่รับแรงโดยตรง ทั้งแรงขับเคลื่อน แรงเบรก แรงสะเทือน แรงจากการเลี้ยวโค้ง มันทำหน้าที่ “ยึดล้อ” ไว้ ไม่ให้วิ่งแซงรถคุณไป นอตล้อปลอมคุณภาพต่ำ จะมีโอกาส “รูด” หรือ “ขาด” ได้ง่าย ยิ่งขันแน่นก็ยิ่งเสี่ยง เพราะวัตถุดิบที่ผลิตขึ้นมาไม่สามารถทนแรงดึงได้ตามาตรฐาน บอกตรงๆ ว่าอันนี้เราไม่อยากให้ใช้เลย ใช้น๊อตล้อเดิมโรงงานยังอุ่นใจกว่าเยอะครับ อย่าเห็นเป็นเรื่องขำๆ เพราะมีปัญหากันมาเยอะแล้ว แต่จะเป็นข่าวหรือไม่แค่นั้นเอง คนไทยลืมง่าย

ส่วนเรื่อง “เบรก” ตอนนี้งานมิเรอร์มันก็เยอะ โดยมากแล้วคนจะเปลี่ยนเบรกเพราะ “ความสวยงาม” เป็นหลัก ก็เหมือนเดิม เลือกงานดีๆ หน่อย และต้องทำความเข้าใจว่า ยังไงสมรรถนะมันก็ไม่เหมือนเบรกแท้ การขับขี่ก็ต้อง “เผื่อเหลือเผื่อขาด” ไว้บ้าง อย่าตะบี้ตะบันกันเยอะนัก แม้จะเบรกแท้ก็ตามทีเหอะ ขับระห่ำๆ ตั้งมั่นในความประมาทก็พร้อมตายได้ทั้งนั้นแหละ ก็อย่างที่บอกว่า คุณจะหวังอะไรขนาดไหน ถ้าอยากจะมั่นใจใช้ยาวๆ ก็ยังยืนยัน “ของแท้มือสองสภาพดี” เพราะอันนี้ไม่ใช่เรื่องที่จะมาเล่นๆ กันได้นะครับ

ก็ได้ความรู้กันไปพอสมควรนะครับ สำหรับการ “รู้เท่าทัน” ว่าของปลอม งานมิเรอร์ งาน AAA อะไรก็ตามแต่จะเรียกนั้น มันก็มีหลายเกรด หลายราคา เราจำเป็นต้องซื้อมาใส่รถ ก็ขอให้รู้ว่าควรจะเลือกอะไรถึงจะเหมาะสม และ “ดูอย่างไร” จะได้ไม่โดนหลอกขายในราคาแพงเกินจริง ของอะไรที่พอใช้ได้ก็ใช้ เข้าใจว่างบประมาณคนเราไม่เท่ากัน แต่อะไรที่มีความสุ่มเสี่ยงอันตรายก็อย่าเลยครับ มันไม่คุ้มกับชีวิตของคุณแน่ๆ ฝากไว้เท่านี้ครับ ขอให้โชคดี

 

*หมายเหตุ : รูปจากอินเตอร์เน็ต เป็นเพียงการประกอบเนื้อเรื่องเท่านั้น ไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องของปลอมแต่อย่างใด*

Most Popular

To Top